» » » คลอโรฟิลล์ “The green blood of plants”

คลอโรฟิลล์ “The green blood of plants”

posted in: Blog | 0

คลอโรฟิลล์ “The green blood of plants”

คลอโรฟิลล์ (chlorophyll) เป็นสารประกอบที่พบได้ในส่วนที่มีสีเขียวของพืช โดยพบมากที่ใบ และยังพบได้ในสาหร่ายทุกชนิด คลอโรฟิลล์ทำหน้าที่ดูดซึมพลังงานจากแสง และนำพลังงานดังกล่าวไปใช้ในการผลิตสารอินทรีย์ ซึ่งเรียกกระบวนการนี้ว่า “การสังเคราะห์แสง” (photosynthesis)

คลอโรฟิลล์มีบทบาทสำคัญในการดำรงอยู่ของพืช

chlorophyll-hemoglobinข้อเท็จจริงข้อหนึ่งที่น่าสนใจคือ โครงสร้างโมเลกุลของคลอโรฟิลล์คล้ายกับโครงสร้างโมเลกุลของฮีม (heme) ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของเลือดของมนุษย์ (อะตอมกลางของคลอโรฟิลล์เป็นธาตุแมกนีเซียม (magnesium) สวนอะตอมกลางของฮีมจะเป็นธาตุเหล็ก (iron)) จากความคล้ายคลึงกันนี้เองที่ทำให้คลอโรฟิลล์ถูกขนานนามว่า “เลือดของพืช” (blood of plants)

ต้นอ่อนข้าวสาลี แหล่งคลอโรฟิลล์ปริมาณสูง

จากการวิเคราะห์ปริมาณสารอาหารในต้นอ่อนข้าวสาลีพบว่า ประกอบด้วยคลอโรฟิลล์ถึงร้อยละ 70 นอกจากนั้นยังพบวิตามินเอ ซี และอี แร่ธาตุต่างๆ เช่น เหล็ก แคลเซียม แมกนีเซียม และกรดอะมิโนกว่า 17 ชนิด น้ำคั้นจากต้นอ่อนข้าวสาลี ซึ่งอุดมไปด้วยคลอโรฟิลล์ จึงถูกขนานนามว่า “เลือดเขียว” (green blood) นอกจากนั้นน้ำคั้นจากต้นอ่อนข้าวสาลียังอุดมไปด้วยสาร SOD (SuperOxide Dismutase) ซึ่งเป็นเอ็นไซม์ที่ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญของร่างกาย เอ็นไซม์ชนิดนี้มีอยู่ในร่างกายตั้งแต่แรกเกิด แต่จะมีปริมาณลดลงเรื่อย ๆ เมื่ออายุมากขึ้น จากงานวิจัยพบว่าน้ำคั้นจากต้นอ่อนข้าวสาลีมีสรรพคุณในการต้านมะเร็ง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขจัดสารพิษของตับ ต้านการอักเสบและสมานแผล ช่วยป้องกันการเกิดภาวะโลหิตจาง ต้านไวรัสปกป้องผิวหนัง ช่วยย่อยอาหารและควบคุมน้ำหนัก ฯลฯ

ความจริงบางส่วนของคลอโรฟิลล์

1. คลอโรฟิลล์ที่อยู่ในเซลล์พืชทั่วไปไม่ละลายน้ำ ร่างกายจึงไม่สามารถดูดซึมไปใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ แม้เราจะกินผักจำนวนมากก็ตาม ด้วยเหตุนี้ จึงมีการสกัดคลอโรฟิลล์ให้อยู่ในรูปสารที่ละลายน้ำได้ คือ โซเดียม คอปเปอร์ คลอโรฟิลล์ลิน (sodium copper chlorophyllin) (เรียกสั้น ๆ ว่าคลอโรฟิลลิน) เพื่อให้ร่างกายมนุษย์นำไปใช้ประโยชน์ด้านสุขภาพได้
2. คลอโรฟิลล์จากต้นอ่อนข้าวสาลี เป็นคลอโรฟิลล์ธรรมชาติ ซึ่งแตกต่างจากคลอโรฟิลล์ลิน ซึ่งเป็นสารสังเคราะห์
3. ในอเมริกาได้กำหนดความปลอดภัยในการใช้คลอโรฟิลล์ลิน โดยกำหนดให้บริโภคไม่เกิน 300 มิลลิกรัมต่อวันสำหรับผู้ใหญ่ และไม่เกิน 90 มิลลิกรัมต่อวัน สำหรับเด็กอายุ 2 ขวบขึ้นไป
4.
ถึงแม้ว่าโครงสร้างโมเลกุลของคลอโรฟิลล์จะคล้ายกับโครงสร้างโมเลกุลของฮีม และมีผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์การแพทย์สรุปตรงกันว่า คลอโรฟิลล์สามารถกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดงได้ แต่ก็มิได้หมายความว่า เมื่อเรารับประทานพืชผักที่มีคลอโรฟิลล์เข้าไป ร่างกายเราจะเปลี่ยนคลอโรฟิลล์ให้เป็นฮีม โดยการนำเอาธาตุเหล็กเข้าไปแทนที่ธาตุแมกนีเซียม

สรุป
คลอโรฟิลล์ 
(chlorophyll) คือ รงควัตถุที่มีขนาดเล็กมาก สามารถพบได้ในส่วนที่มีสีเขียวของพืช ในสาหร่ายทุกชนิด และในแบคทีเรียบางชนิด คลอโรฟิลล์เป็นโมเลกุลที่รับพลังงานจากแสงมาใช้ในกระบวนการสังเคราะห์แสง เพื่อสร้างสารอินทรีย์ เช่น น้ำตาล และนำไปใช้ในการดำรงชีวิต คลอโรฟิลล์นอกจากจะมีส่วนสำคัญในการดำรงอยู่ของพืชแล้ว ยังมีส่วนสำคัญในการป้องกันและบำบัดโรคภัยไข้เจ็บในร่างกายมนุษย์
เราสามารถบริโภคคลอโรฟิลล์ได้ 2 แบบ คือ
1. บริโภคคลอโรฟิลล์ลิน ซึงเเป็นอนุพันธ์ของคลอโรฟิลล์ เป็นคลอโรฟิลล์สังเคราะห์ที่อยู่ในรูปแบบของอาหารเสริม เช่น น้ำคลอโรฟิลล์ เป็นต้น ผอ.สำนักงานอาหารและยา (อย) กล่าวว่า “สารสกัดคลอโรฟิลล์ลิน ไม่ใช่สารธรรมชาติ แต่เป็นสารสกัด ฉะนั้นทานเข้มข้นเกินไป จะสงผลเสียต่อร่างกายมากกว่าผลดี การบริโภคคลอโรฟิลล์ลินมากเกินไป อาจเกิดอาการผด ผื่นคัน อุจจาระร่วง ลิ้นเป็นสีเหลือง ทั้งยังทำให้ไตทำงานหนัก จนเป็นสาเหตุให้ไตไม่แข็งแรง เนื่องจากสารคลอโรฟิลล์ที่อยู่ในพืช เป็นสารที่ไม่ละลายในน้ำ ฉะนั้นในขั้นตอนการสกัดจะต้องใช้สารอะซีโตนและแอลกอฮอล์เป็นสารทำละลาย ถ้าจะทำมาขายต้องแยกด้วยด่าง และเติมทองแดง (copper) สลับแมกนี่เซียม (magnesium)”
2. บริโภคโดยตรงจากผักผลไม้สีเขียวและสาหร่ายต่าง ๆ การบริโภคแบบนี้อาจจะได้ปริมาณคลอโรฟิลล์น้อย แต่จะได้สารอื่น ๆ อีกด้วย เข่น เอ็นไซม์ วิตามิน และแร่ธาตุต่าง ๆ

 

น้ำผักผลไม้ 5 สี น้ำผักผลไม้สกัดเย็น โดย บ้านน้ำผัก BanNumPug »

ข้อมูลอ้างอิง
https://draxe.com/chlorophyll-benefits/
https://www.cabothealth.com.au/chlorophyll-green-blood-plants/
https://www.organicfacts.net/health-benefits/other/health-benefits-of-chlorophyll.html
https://rawtodoor.com/blogs/blog/14326497-20-reasons-to-cold-press-wheatgrass
http://www.pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/125/น้ำวีทกราส-น้ำคั้นจากต้นอ่อนข้าวสาลี/
http://www.thaihealth.or.th/Content/26630-‘เตือนอย่าให้เด็กกิน’คลอโรฟิลล์’.html

Share

Leave a Reply

*

code